1. จงเรียงลำดับโครงสร้างข้อมูลจากขนาดเล็กไปใหญ่
พร้อมอธิบายความหมายของโครงสร้างข้อมูลแต่ละแบบ
โครงสร้างข้อมูล (Data Structure) ในการนำข้อมูลไปใช้นั้น มีระดับโครงสร้างข้อมูลดังนี้
-บิต(Bit) คือข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด เป็นข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจและนำไปใช้งานได้ ซึ่งได้แก่ เลข 0 หรือ เลข 1 เท่านั้น
-ไบต์ (Byte) หรือ อักขระ (Character) ได่แก่ ตัวเลข หรือ ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว เช่น 0, 1, …,9, A,B, …,Z และเครื่องหมายต่างๆ ซึ่ง 1 ไบต์จะเท่ากับ 8 บิต หรือ ตัวอักขระ 1 ตัว เป็นต้น
-ฟิลด์(field) ได้แก่ ไบต์ หรือ
อักขระตั้งแต่ 1 ตัว ขึ้นไปรวมกันเป็นฟิลด์ เช่น เลขประจำตัว(ID) ชื่อพนักงาน(Name) เป็นต้น
-เรคคอร์ด(Record)
ได้แก่ ฟิลด์ตั้งแต่ 1 ฟิลด์ ขึ้นไป
ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันเป็นเรคคอร์ด เช่น ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัว ยอดขาย
ข้อมูลของพนักงาน 1 คน เป็น 1 เรคคอร์ด
-ไฟล์(Files) หรือ แฟ้มข้อมูล ได้แก่
เรคคอร์ดหลายๆ เรคคอร์ดรวมกัน ซึ่งป็นเรื่องเดียวกัน เช่น ข้อมูลของประวัติพนักงานแต่ละคนรวมกันทั้งหมด
เป็นไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับประวัติพนักงานของบริษัท เป็นต้น
-ฐานข้อมูล(Database)
คือ การเก็บรวบรวมไฟล์ข้อมูลหลายๆ ไฟล์ที่เกี่ยวข้องกัน เช่น
ไฟล์ข้อมูลแผนกต่างๆ มารวมกันเป็นข้อมูลของบริษัท เป็นต้น
-การวัดขนาดข้อมูล ในการพิจารณาว่าข้อมูลใดมีขนาดมากน้อยเพียงไร
เรามีหน่วยในการวัดของข้อมูลดังต่อไปนี้
8 Bit = 1 Byte
1.024 Byte = 1 KB (กิโลไบต์)
1.024 KB = 1 MB (เมกกะไบต์)
1.024 MB = 1 GB (กิกะไบต์)
1.024 GB= 1TB (เทระไบต์)
ที่มาhttp://www.thaigoodview.com/library/teachershow/phayao/patcharee_s/computer_m1/sec02p04.htm
2. จงอธิบายความแตกต่างระหว่างการประมวลผลข้อมูล แบบแบตซ์และแบบเรียลไทม์
การประมวลผลแบบแบตซ์(Batch Processing) คือการประมวลผลข้อมูลที่ได้ทำการเก็บรวบรวมไว้เป็นชุดข้อมูล
แล้วจึงนำส่งข้อมูลเหล่านั้น ไปทำการประมวลผล อาจจะเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน
หรือรายปี เป็นต้น เช่นการประมวลผลการเสียภาษีประจำปี
การคิดดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคาร
การประมวลผลแบบเรียลไทม์ (Real – Time Processing) คือ
การประมวลผลทันทีทุกครั้งที่มีการส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ บางทีอาจจะเรียกว่า
การประมวลผลแบบ Transaction
Processing เช่น ระบบเงินฝาก – ถอนเงินด้วย ATM ของธนาคาร
ระบบสำรองที่นั่งในเครื่องบิน ระบบการตัดยอดสินค้าคงคลังทุกครั้งที่มีการสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า
เป็นต้น
การประมวลผลข้อมูลทั้งสองวิธีขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงานของระบบว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่จะต้องทำการประมวลผลทันทีหรือสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลไว้เป็นกลุ่มก่อนแล้วจึงทำการประมวลผลพร้อมกันทีเดียว เช่น การประมวลผลการเสียภาษี จะทำการประมวล 1 ปี ต่อครั้ง เนื่องจาการคิดภาษีเป็นการคิดจากรายได้ตลอดปี แต่การตัดยอดบัญชีเงินฝากของลูกค่า จำเป็นต้องทำการประมวลผลทันทีทุกครั้งที่มีการฝากหรือถอนเงิน ทั้งนี้เพื่อทราบยอดคงเหลือที่ลูกค้ามีอยู่ ณ ปัจจุบัน เป็นต้น



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น